Fire Force

Fire Force ปรากฏการณ์ประหลาดที่เปลี่ยนคนกลายเป็นปีศาจเพลิง ก่อความเดือดร้อน เผาผลาญอาคารบ้านเรือนจนวอดวาย มีหน่วยดับเพลิงพิเศษที่รับมือกับปัญหา 

หน่วยผจญคนไฟลุก, Fire Force หรือ Enen no Shouboutai อนิเมะแนวแอ็คชั่น พลังพิเศษ จากมังงะของ โอคุโบะ อัทสึชิ ผู้เขียน Soul Eater อนิเมะเป็นผลงานของสตูดิโอ David Production ผู้เคยสร้างผลงานเด่นหลายเรื่อง อย่างซีรีส์ Jojo, Hataraku Saibou (เซลล์ขยันพันธุ์เดือด), Inu × Boku SS, Ensemble Stars! และอื่นๆ

ภาคอนิเมะซับไทยรับชมได้ทางแอพ AIS Play มี 24 ตอนจบภาค และมีภาค 2 เริ่มฉายเดือนกรกฎาคม 2020

พล็อต

  • เมื่อ 250 ปีก่อน โลกเกิดหายนะครั้งใหญ่จากเพลิงใหม่ ผู้รอดชีวิตได้รวมตัวกันในเมือง มีการก่อตั้งศาสนจักรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ศาสนจักรเซโยและกลุ่มไฮจิมะอุตสาหกรรมได้พัฒนาอามาเทราสึ เป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่ทำงานอย่างไม่สิ้นสุด
  • ในปี 198 ตามปฏิทินสุริยคติในจักรวรรดิโตเกียว เกิดปรากฏการณ์ที่ให้มนุษย์เกิดเพลิงไหม้ร่างกลายเป็นปีศาจ พวกมีพลังพิเศษรุ่นที่ 1 ต้องต่อสู้กับพวกนั้น
  • ศาสนจักรเซโย, กองทัพโตเกียว และกรมดับเพลิง แบ่งเป็นสามขั้วอำนาจในการปกครอง เป็นผู้ก่อตั้ง หน่วยดับเพลิงพิเศษ แบ่งเป็น 8 หน่วยย่อยที่ทำงานอย่างอิสระ
  • คนในยุคปัจจุบันสามารถตายได้ทุกเวลา จากเหตุคนไฟลุกที่เกิดกับใครก็ได้

เรื่องย่อช่วงแรก

  • คุซาคาเบะ ชินระ หนุ่มผู้มีพลังพิเศษรุ่นที่ 3 มีความสามารถพิเศษในการจุดไฟจากเท้า ถูกเรียกว่า “รอยเท้าปิศาจ”
  • ชินระ ต้องการสืบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ปริศนา ที่สังหารชีวิตครอบครัวของตนเมื่อ 12 ปีก่อน จึงเข้าร่วมหน่วยดับเพลิงพิเศษที่ 8
  • ระหว่างร่วมงานกับสมาชิกหน่วยที่ 8 ชินระได้ทราบหลายเรื่อง อย่าง ความลับของกลุ่มหัวหน้าหน่วยที่ 1 – 7 ที่มีเงื่อนงำอย่างคาดไม่ถึง, เหตุการณ์คนไฟลุก ซึ่งไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่มีคนที่ก่อเหตุ กับปริศนาอีกหลายอย่างที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ในอดีต

* ภาพและเนื้อหา สปอยล์บางส่วน เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น

Contents  hide 
1 อนิเมะแอ็คชั่นคุณภาพดี
2 เหล่าตัวป่วนในกลุ่มนักผจญเพลิง
3 ปริศนาที่ค่อยๆ คลี่คลาย Fire Force
4 รีวิว

อนิเมะแอ็คชั่นคุณภาพดี

มังงะชื่อดังส่วนใหญ่เลือกสตูดิโอใหญ่ที่ผลิตงานได้นานๆ อย่าง One Piece, Black Clover, Boruto แต่การที่ทำงานให้เสร็จ คุณภาพงานจึงลดลงไปด้วย การที่จะผลิตอนิเมะคุณภาพสักเรื่องจึงต้องแบ่งทีมงานมาช่วยไม่น้อย อย่าง เบื้องหลังของ Dr.Stone ที่กว่าจะเสร็จสักขั้นตอนกินเวลาน่าดู เลยไม่แปลกที่เราไม่ค่อยได้เห็นอนิเมะฉากต่อสู้ดีๆ มากนัก

ปัจจุบัน เรื่องยาวก็ไปแก้ปัญหา ทุ่มเทกับฉากสำคัญของเรื่องเป็นช่วงๆ อย่าง Black Clover ที่เผางานเกือบทุกตอน แต่ฉากสู้สำคัญๆ แฟนกระทืบไลค์ให้อย่างท่วมท้น ถ้าจะให้ปรับทุกฉากคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องรอรีเมคในอีกสิบปีข้างหน้า

พูดคุณงานน้ำดีแนวแอ็คชั่น ถ้าย้อนไปในปี 2019 อนิเมะจากมังงะ แบบที่คุณภาพดี คงต้องยกให้ ดาบพิฆาตอสูร แต่ ufotable ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยผลิตงานได้ต่อเนื่องนัก ทำให้มีอุปสรรคในการทำภาคต่อที่กินเวลานานกว่าสตูดิโออื่นๆ เช่นเดียวกับ ผ่าพิภพไททัน ของ Wit Studio ที่กินเวลาไม่น้อยกว่าจะผลิตเสร็จสักภาค

สำหรับ David Production ถือเป็นสตูดิโอหนึ่งที่คุณภาพงานดีมานาน เพียงแต่ไม่ค่อยได้งานเป็นอนิเมะใหม่ในกระแสเท่านั้น ที่เด่นหน่อย Jojo แต่ก็ไม่ได้เป็นแนวแอ็คชั่นเต็มที่ (แม้จะมีแลกหมัดในภาค 1-2 แต่ก็ไม่ได้บู๊ขนาดนั้น) จนได้มาทำเรื่อง Fire Force แต่ถ้าย้อนจริงๆ ค่ายนี้ก็เคยทำอนิเมะแนวแอ็คชั่นมาก่อน ตั้งแต่ปี 2011 อย่าง Ben-To ที่ดัดแปลงจากนิยายไลท์โนเวล และถือว่าทำออกมาได้ดีในยุคนั้น

อธิบายไปอาจไม่เห็นภาพ ดูตัวอย่างฉากต่อสู้ใน Youtube น่าจะชัดเจนมากขึ้น

เหล่าตัวป่วนในกลุ่มนักผจญเพลิง

ตัวละครแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองเพื่อให้เป็นสีสันของเรื่องบ้าง อย่าง ชินระ ได้รับการช่วยเหลือชีวิตจากอัคคีภัยที่ไม่ธรรมดา ทำให้เชื่อมั่นในการเป็นฮีโร่ช่วยเหลือคนอื่น แต่ด้วยนิสัยที่เกร็งเวลากดดัน ทำให้เห็นรอยยิ้มบนสีหน้า จนยิ้มเหมือนปีศาจได้ทุกสถานการณ์

ตัวละครอื่นๆ ก็พอมีจุดเด่นที่น่าจดจำอยู่บ้าง อาเธอร์ เพื่อนร่วมห้องที่เพ้อฝันว่าเป็นอัศวินอยู่เสมอ, มากิ รุ่นพี่สาว ที่มีปัญหากับการหูแว่วว่าถูกเปรียบว่าตัวใหญ่ หรือ ทามากิ ที่มักเกิดเหตุให้มีฉากแฟนเซอร์วิสอยู่เสมอๆ

เนื่องจากตัวเรื่องไม่ได้ดำเนินตามสูตรสำเร็จการ์ตูนส่วนใหญ่ ที่แนะนำตัวละครเป็นตอนๆ ในช่วง 12 ตอนแรก ทำให้เราอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับตัวละครบางตัวนัก บทดูจะน้อยไปบ้าง ตัวเดินเรื่องหลักๆ เป็นพระเอกเกือบหมด แต่ตัวละครอื่นก็เริ่มมีมิติมากขึ้นในตอนหลังๆ และน่าจะมากขึ้นในภาค 2

เรื่องสีสันของตัวละครค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการ์ตูนธีมค่อนข้างดาร์ค มีการสูญเสียตลอด ถ้าตัวละครเรียบไป คงจะกลายเป็นแนวหดหู่เกินไปสักหน่อย

ปริศนาที่ค่อยๆ คลี่คลาย

เริ่มเรื่องมีฉากเรียกความเศร้า ให้เห็นปัญหาเพลิงไหม้ประชาชนแบบไม่มีเหตุผล เหมือนเป็นน้ำจิ้ม ให้พอเข้าใจโครงเรื่องและหน้าที่ของหน่วยดับเพลิงพิเศษบ้างว่าต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างไร แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของเรื่อง (ซึ่งไม่ใช่การ์ตูนแนวดราม่า)

เป้าหมายหลักของ หน่วยผจญคนไฟลุก อยู่ที่การค้นหาปริศนา อย่าง ไขความลับขององค์กรต่างๆ, เหตุผลของการเกิดไฟลุก ตลอดไปถึงที่มาที่ไปของโลก ที่ยังคงเป็นเรื่องที่กระตุ้นให้คนดูอยากทราบเหตุผล ถึงเหตุการณ์ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์เกือบหมด และสิ่งที่ยังทำให้มนุษย์ยังคงอยู่

ด้านพระเอก ดูคาแร็คเตอร์เรียบง่ายไปบ้างในช่วงแรก เพราะไม่มีการพูดถึงเรื่องอดีตมากนัก นอกจากอธิบายความสูญเสียในกองเพลิง กับช่วงวัยเด็กแบบย่อๆ และความคิดที่อยากเป็นฮีโร่ แต่อดีตเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภายหลัง ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น มีสิ่งที่ต้องการปกป้อง และเป้าหมายที่ต้องสู้ต่อไป

รีวิว

คะแนนจากผู้ชมผ่านเว็บต่างๆ ในต่างประเทศ

MAL: 7.76 / 10 (79,297 Users) * 2 ม.ค. 2020

จุดเด่น

  • ต่อสู้ แอ็คชั่น พลังพิเศษ คุณภาพงานอนิเมชั่นดีเรื่องหนึ่ง
  • เนื้อเรื่องค่อนข้างแหวกแนว ดึงจุดเด่นของนักผจญเพลิงเข้ามาผสม
  • เดินเรื่องค่อนข้างไว ไม่ค่อยมีฉากยืดเหตุการณ์โดยไม่จำเป็น
  • ผสมระหว่างฉาก ต่อสู้ ชีวิตประจำวัน ตลกคอเมดี้ ค่อนข้างลงตัว
  • จบค่อนข้างลงตัวในภาค และมีภาคต่อในเดือน กรกฎาคม 2020

จุดด้อย

  • ตัวเรื่องไม่บอกอะไรมากนักในช่วงแรก ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจไป (ถ้าตัดสินแค่ช่วงแรก อาจตีความผิดได้ว่าเป็นแนวดราม่า หรือ ไม่ค่อยมีอะไร)
  • พลังพิเศษเกี่ยวกับไฟเกือบหมด ดีไซน์ชุดก็เหมือนกัน จึงรู้สึกไม่ค่อยหลากหลาย

คำถามที่พบบ่อย

Q: อนิเมะภาคแรก จบเท่ามังงะตอนที่เท่าไหร่ ?
A: ประมาณตอนที่ 90 ของมังงะ หรือ ฉบับรวมเล่มกลางๆ ของเล่มที่ 11

ซับไทย

AIS Play https://myanimesource.com/